Naddate’s Blog

พฤษภาคม 14, 2009

ซอกแซกชุมชนอาชีพ นามนี้มีที่มา

ซอกแซกชุมชนอาชีพ นามนี้มีที่มา
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | ลุยกรุง

 

ShowMemberLite()

ซอกแซกชุมชนอาชีพ นามนี้มีที่มา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
12 พฤษภาคม 2552 16:37 น.

       โดย : หนุ่มลูกทุ่ง

ไฟในเตาหลอมโลหะยังลุกโชนในชุมชนบ้านบุ

       เมื่อครั้งที่ฉันได้พาไปส่องย่านสรรพสัตว์ รู้จักสถานที่หลายๆแห่งในกรุงเทพฯที่มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์ต่างๆแล้ว ฉันเคยบอกไว้ว่า ชื่อย่านบ้านเมืองไม่ว่าที่ไหนก็ตามล้วนแล้วแต่มีที่มา ในครั้งนี้ก็เช่นกัน ฉันจะพาไปสืบเสาะความเป็นมาของหลายๆ ย่าน ที่มีชื่อบ่งบอกถึงอาชีพที่คนในชุมชนได้ทำสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน จนกลายเป็นชื่อชุมชนไปในที่สุด
       
       เริ่มกันที่ \”บ้านบุ\” ชุมชนเล็กๆ ริมคลองบางกอกน้อย ใกล้กับสถานีรถไฟธนบุรี เป็นชุมชนหนึ่งที่มีชื่อบ่งบอกถึงอาชีพของการทำ \”ขันลงหิน\” หรือภาชนะโลหะชนิดหนึ่ง เพราะคำว่า \”บุ\” นั้นหมายถึงการตีให้เข้ารูป ใช้กับงานโลหะ

ขันลงหินบ้านบุ

       การทำขันลงหินของชาวบ้านบุนั้นเล่าสืบเนื่องกันมาว่า บรรพบุรุษของชาวบ้านบุเป็นชาวกรุงศรีอยุธยาที่อพยพมาตั้งหมู่บ้านในราชธานีใหม่ ภายหลังจากเสียกรุงเมื่อพุทธศักราช 2310 ชาวบ้านที่เคยประกอบอาชีพช่างบุทำเครื่องทองลงหินหรือเครื่องทองสัมฤทธิ์ได้รวมกลุ่มกันเลือกที่ตั้งบ้านเรือนขึ้นในทำเลนอกคลองคูเมืองราชธานี บริเวณปากคลองบางกอกน้อย โดยมีวัดอมรินทราราม (วัดบางหว้าน้อย) และวัดสุวรรณาราม (วัดทอง) วัดโบราณสมัยอยุธยาตั้งอยู่เป็นศูนย์กลางของชุมชน และชาวบ้านก็ดำรงชีพด้วยการทำภาชนะเครื่องทองลงหินอยู่เช่นเดิมอันเป็นวิชาความรู้ที่ติดตัวมาแต่เดิม และสืบเชื้อสายถ่ายทอดวิชาช่างบุต่อเนื่องกันมาในชุมชนหลายชั่วอายุคน
       
       ในอดีตคนในชุมชนบ้านบุแทบทุกครัวเรือนจะทำขันลงหินกันเป็นอาชีพ แต่ละบ้านจะมีเตาหลอมโลหะ มีเสียงตีเหล็กดังอยู่ทั่วทั้งชุมชน แต่มาจนถึงวันนี้คงหลงเหลือบ้านเพียงหลังเดียวในชุมชนบ้านบุที่ยังประกอบอาชีพทำขันลงหินอยู่ นั่นก็คือ \”ขันลงหินบ้านบุ เจียม แสงสัจจา\” ที่หากใครอยากแวะเวียนไปชมหรือสนใจอยากจะรู้รายละเอียดของงานประณีตศิลป์ที่สืบทอดกันมายาวนาน ก็สามารถมาชมกันได้ในชุมชนบ้านบุแห่งนี้

ยังคงพบเห็นคนในชุมชนทำบาตรกันอยู่ที่บ้านบาตร

       \”บ้านบาตร\” ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ยังคงมีการสืบทอดอาชีพตามชื่อชุมชนอยู่ แม้จะเหลือผู้ที่ยังคงประกอบอาชีพการทำบาตรอยู่เพียงไม่กี่รายแล้วก็ตาม
       
       ชุมชนบ้านบาตรนั้นตั้งอยู่ใกล้กับประตูผี บนถนนบริพัตร ไม่ไกลจากวัดสระเกศฯ เท่าไรนัก หากเดินเข้ามาในชุมชนช่วงกลางวันก็จะได้ยินเสียงตีเหล็กดังแว่วๆมาให้ได้ยิน
       
       ที่มาของชื่อชุมชนบ้านบาตรนั้นก็มีความเป็นมาคล้ายกับที่ชุมชนบ้านบุ นั่นก็คือเมื่อมีการย้ายราชธานีมายังกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ได้มีการกวาดต้อนประชาชนลงมาตั้งถิ่นฐานที่ราชธานีใหม่นี้ ผู้คนในชุมชนเดิมๆ ก็ยังคงเกาะกลุ่มกันประกอบอาชีพแบบเดิมที่เคยทำมา รวมไปถึงชุมชนบ้านบาตรนี้ก็เช่นกัน

ยังคงมีการประกอบอาชีพการทำบาตรอยู่ในชุมชนบ้านบาตร

       บาตรถือเป็นหนึ่งในเครื่องอัฐบริขารของพระสงฆ์ แต่เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า โรงงานสามารถปั๊มบาตรได้รวดเร็วกว่าการทำบาตรด้วยมือ ดังนั้นคนที่ประกอบอาชีพทำบาตรในชุมชนจึงลดน้อยลง ส่วนที่ยังเหลือก็ต้องปรับตัว ทำบาตรขนาดเล็กๆ สำหรับเป็นที่ระลึกขายนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มเติมไปจากการทำบาตรสำหรับพระตามแต่จะมีคนมาสั่งทำเพียงอย่างเดียว
       
       และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ไม่เหลือเพียงแต่ชื่อ แต่ยังมีการสืบทอดอาชีพอันเป็นที่มาของชื่อชุมชนเอาไว้ได้ แม้ผู้สืบทอดนั้นจะลดน้อยลงไปทุกทีๆ
       
       ทีนี้เรามาเที่ยวชมชุมชนที่เป็น \”ย่านอาชีพ\” ที่เหลือเพียงแต่ชื่อกันบ้างดีกว่า

ย่านบ้านหม้อ

       เหมือนอย่าชื่อย่าน \”บ้านหม้อ\” ใกล้กับดิโอลด์สยามพลาซ่า ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องประกอบอาชีพอะไรเกี่ยวกับหม้อสักอย่างหนึ่งแน่นอน ซึ่งก็ถูกต้อง เพราะชุมชนในบริเวณนี้ในอดีตนั้นเคยเป็นแหล่งที่อยู่ของชุมชนชาวญวนที่อพยพมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ประกอบอาชีพทำหม้อและภาชนะหุงต้มต่างๆขายมาก่อน แต่ต่อมาก็ได้เลิกอาชีพนี้กันไปตามเวลาที่ผ่านไป
       
       บ้านหม้อในสมัยหลังๆนี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักกันในชื่อของการเป็นสถานที่ขายหม้อไห แต่กลับกลายเป็นแหล่งขายเครื่องเพชร อัญมณี และเครื่องประดับไปแทน แต่ในตอนนี้หากบอกว่าจะไปบ้านหม้อ ก็คงต้องถามกันต่อว่าจะไปซื้อเครื่องเสียงซื้อลำโพงหรืออย่างไร เพราะตอนนี้บ้านหม้อถือเป็นแหล่งขายอุปกรณ์เครื่องเสียงทั้งถูกทั้งแพง ทั้งใหญ่ทั้งเล็ก วางขายโชว์พลังเสียงกันเต็มทางเท้า ไม่หลงเหลือที่มาของชื่อบ้านหม้อไว้ให้เห็นอีกเลย นอกจากจะมองดูขึ้นไปที่หน้าจั่วของตึกแถวในย่านบ้านหม้อ ที่ยังคงมีลายปูนปั้นเป็นรูปหม้อดินอยู่บนหน้าจั่วของตึกนั่นเอง

บ้านหม้อปัจจุบันเป็นแหล่งขายเครื่องเสียง

       คราวนี้มาที่ \”บ้านช่างหล่อ\” ย่านฝั่งธนฯ ใกล้โรงพยาบาลศิริราชกันบ้าง ชาวบ้านช่างหล่อแต่เดิมนั้นมีอาชีพหล่อพระพุทธรูปกันมาตั้งแต่สมัยแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา และเมื่ออพยพถิ่นฐานมาที่บ้านเมืองใหม่ก็ได้นำวิชาติดตัวมาประกอบอาชีพต่อไป
       
       แต่ก็เช่นเดียวกับชุมชนอื่นๆ ที่เหลือแต่ชื่อ บ้านช่างหล่อเองก็ประสบปัญหาในเรื่องของความปลอดภัยต่อชุมชน เพราะโรงหล่อนั้นจะต้องมีการเผาหุ่น เททองพระพุทธรูป ดังนั้นจึงอาจมีขี้เถ้าและเปลวไฟจากโรงหล่อกระเด็นไปตกในบ้านเรือนผู้อื่น ซึ่งต่อมาก็มีกฎหมายให้พื้นที่บริเวณบ้านช่างหล่อเป็นเขตพื้นที่อยู่อาศัย ห้ามทำโรงงานอุตสาหกรรม หรือหากทำก็ต้องก่อกำแพงให้มิดชิด ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นโรงหล่อพระจึงต้องปิดกิจการลง หรือหากใครไม่ปิดก็ต้องย้ายออกไปทำที่อื่น ทำให้บ้านช่างหล่อในวันนี้ไม่มีคนหล่ออยู่อีกต่อไป

บ้านช่างหล่อวันนี้กลายเป็นชุมชนธรรมดาๆ

       ส่วนที่ \”บ้านตีทอง\” ข้างวัดสุทัศนเทพวราราม ก็เคยเป็นแหล่งตีทองคำเปลวที่ใช้ปิดทองพระพุทธรูป รวมทั้งใช้ในการตกแต่งงานศิลปะไทยในวัดวาอาราม เช่นการลงรักปิดทองหน้าบันหรือประตูอุโบสถ การเขียนลายรดน้ำ เป็นต้น เล่ากันว่าบรรพบุรุษของชาวชุมชนตีทองนี้เป็นชาวลาวจากเวียงจันทน์และหลวงพระบาง อพยพมาแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์
       
       การตีทองนั้นต้องนำเอาทองคำแท่งมารีดให้เป็นแผ่นบางเหมือนแผ่นตะกั่ว แล้วช่างตีทองสองคนต้องใช้ค้อนขนาดใหญ่ช่วยกันตีให้แผ่นทองกลายเป็นแผ่นบาง แต่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งก็ต้องใช้แรงและเวลามากทีเดียว
       
       เสียงตีทองในบ้านตีทองปัจจุบันนี้ไม่มีอีกแล้ว เพราะช่างตีทองได้แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพอยู่ที่อื่น อีกทั้งสมัยนี้มีทองวิทยาศาสตร์เข้ามาแทนที่ทองคำเปลวแท้ในราคาที่ถูกกว่ามาก บ้านตีทองจึงเหลือไว้แต่เพียงชื่อเสียงเรียงนาม

บ้านพานถมที่เหลือเพียงชื่อ

       มาปิดท้ายกันที่ \”บ้านพานถม\” ใกล้กับแยกวิสุทธิกษัตริย์ ที่นี่ในอดีตได้ชื่อว่าเป็นบ้านพานถมก็เพราะในชุมชนสมัยต้นรัตนโกสินทร์นั้นมีการทำเครื่องถม พาน ขัน ผอบ ทำด้วยเงินหรือทองเป็นอาชีพ โดยได้รับเอารูปแบบมาจากเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งมีเครื่องถม \”ถมนคร\” เป็นชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว
       
       แต่ปัจจุบัน เครื่องถมไม่ได้รับความนิยมเหมือนในอดีต ช่างฝีมือดีที่ล้มหายตายจากไปกับกาลเวลา ทำให้บ้านพานถมทุกวันนี้ไม่มีเครื่องถมหรือพานแม้สักใบให้เห็นกันอีกแล้ว
       
       น่าเสียดายที่หลายชุมชนไม่มีการสืบต่ออาชีพที่เคยทำกันมายาวนาน แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งต่างๆ ก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับชุมชนที่ยังคงสืบต่อผลงานหัตถศิลป์กันอยู่ ก็ขอยกย่องชื่นชมในความอุตสาหะ และความตั้งใจอันดีในการอนุรักษ์ความเป็นมาของชุมชนให้มีอยู่สืบต่อไป

อ่านต่อที่ : ซอกแซกชุมชนอาชีพ นามนี้มีที่มา

ธุรกิจสีดำ-สีเทา-สีขาว/หัวปิงปอง

ธุรกิจสีดำ-สีเทา-สีขาว/หัวปิงปอง
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | สี่แยกปากหวาน

 

ShowMemberLite()

ธุรกิจสีดำ-สีเทา-สีขาว/หัวปิงปอง

โดย หัวปิงปอง
12 พฤษภาคม 2552 16:20 น.

       
       
        เริ่มต้นคอลัมน์วันนี้ด้วยการขอแนะนำอัลบั้มที่ \”ควร\” และน่าจะ \”ลอง\” หาซื้อมาฟังกัน
       
        อัลบั้มแรกอยู่ในข่ายที่ควรซื้อ นั่นก็คือ \”ไหมไทย-หิรัญ\” บรรเลงโดยวง \”ไหมไทย\” ชุดนี้มี 2 แผ่น แบ่งเป็นเพลงไทยเดิม ที่มีเพลงเพราะๆ อย่าง ต้นบรเทศ เขมรไทรโยค มอญมอบเรือ สีนวล ลาวดวงเดือน ฯ แผ่นที่สองเพลงไทยอมตะ มีเพลงเพราะๆ อย่าง ชีพจรลงเท้า ร่มฉัตร ทุ่งแสงทอง สนามหลวง ขวัญเรียม ฯ
       
        คุณภาพงานดนตรี และการบันทึกเสียงรับประกันโดย อ.ดนู ฮันตระกูล คนนี้ ชื่อนี้ คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรกันมากมาย สนใจดูรายละเอียดหรือสั่งซื้อซีดีได้ที่ dnunet.com หรือโทร 0 2392 0517
       
        อีกอัลบั้มอยู่ในข่ายน่าจะลองหาซื้อมาฟัง ชื่อ \”รามสูร\” เป็นของวงดนตรีหน้าใหม่(ในตลาดบนดิน)ที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้ม สังกัดค่ายโซนี่ มิวสิค แนวเพลงสมาชิกทั้ง 4 ของวงเรียกว่าเป็นเพลงร็อกแบบไทยๆ
       
        \”หัวปิงปอง\” ฟังหมดทั้งอัลบั้มแล้วแม้จะสรุปโดยทัศนะส่วนตัวว่าไม่ถึงกับโดดเด่นจนเด้งออกมาจากวงอื่นๆ ในแนวเพลงเดียวกันมากมายอะไรนัก แต่ก็ไม่ถึงกับว่าจะไม่มีเอกลักษณ์ให้น่าจดจำเอาเสียเลย
       
        ฝีมือการเล่นการร้อง ไม่ใช่ปัญหา (ค่อนข้างจะ \”แน่น\” ด้วยซ้ำเมื่อคิดว่านี่คือวง 3 ชิ้น กลอง เบส กีต้าร์) เอาเป็นว่าถ้าฟูมฟักกันดีๆ หาตัวตนที่แท้จริงของวงให้เจอ (ไม่ใช่เหมือนกับเพลงโปรโมตอย่าง \”แมงมุมลาย\” ที่เอาเนื้อเพลงที่เด็กๆ ชอบร้องมาร้อยเข้าด้วยกัน อาทิ แมงมุมลาย ช้าง รามสูรล่อแก้ว ฯ ซึ่งบางคนอาจจะรู้สึกว่าเท่ห์ แปลก แต่หัวปิงปองรู้สึกว่าสะเปะสะปะ) \”รามสูร\” ก็มิสิทธิ์กลายเป็นวงร็อกอีกวงหนึ่งที่จะสร้างสีสันให้กับวงการเพลงบ้านเราได้อย่างสบาย
        …
        เห็นนักแสดง-นักร้องวัยที่ไม่ใช่เด็กๆ วัยรุ่นแต่ไร้ความคิดออกมามีปัญหาเล่นกันแรงถึงขนาดเรียกอีกฝ่ายว่าเป็นกระหรี่แล้ว \”หัวปิงปอง\” ก็ได้แต่รู้สึกปลงๆ สังเวชใจ พร้อมๆ กันนั้นก็ให้รู้สึกห่วงเหลือเกินว่าไอ้พฤติกรรมแบบนี้แหละที่มันจะกลายเป็นตัวอย่างให้เด็กรุ่นหลังๆ ได้จดจำนำไปปฏิบัติถอนหงอกผู้ใหญ่โดยไม่รู้สึกผิดแต่อย่างใด

       ถูกไอ้โรคจิตโทร.กวนนานร่วมเดือน ในที่สุด \”เอิ๊ก พรหมพร\” ก็เพิ่งจะรู้สึกว่ารับไม่ได้ จนต้องตัดสินใจแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันวานที่ผ่านมา (11 พ.ค.) ที่สน.บางพลัด…ส่วนจะได้ตัวคนร้ายหรือไม่ ต้องรอดูกัน

       คงจะติดใจลีลาตำรวจในหนัง \”ต้มยำกุ้ง\” กับ \”บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม\” เป็นพิเศษ ว่าแล้วกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ก็เลยดึงเอา \”หม่ำ จ๊กมก\” พ่วงด้วย \”โก๊ะตี๋\” มารับหน้าที่พรีเซ็นเตอร์ในโครงการ \”สายตรวจจู่โจมพิเศษ\” มันเสียเลย…นี่แหละวิธีคิคแบบ(ตำรวจ)ไทยๆ มีหวังได้ฮากันขี้แตกขี้แตน

       พูดถึงตำรวจแล้วก็ขอเลยไปกรณีที่ \”หน่วยเฉพาะกิจ\” ของ รมช.พาณิชย์ฯ \”อลงกรณ์ พลบุตร\” บุกเข้าไปจับกุมและยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ย่านพัฒน์พงษ์กันเสียหน่อย
       
        ไม่ใช่หมอดู ไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในวงการธุรกิจนี้ แต่ \”หัวปิงปอง\” ก็ขอฟันธงแบบไม่กลัวธงหัก และขอคอนเฟิร์มแบบไม่กลัวว่าจะต้องร้องไห้ฟูมฟายออกทีวีไปกราบเท้าแม่นักร้องคนไหนว่า ต่อให้ปราบปรามกันอย่างไร ปัญหานี้ก็ไม่มีวันหมดไปหรอกครับ คอนเฟิร์ม!
       
        จะหมดได้อย่างไร ก็ในเมื่อเป็นที่รู้ดีกันว่าผลประโยชน์ของธุรกิจในลักษณะที่ว่านี้ส่วนใหญ่จะมีคนในเครื่องแบบเข้ามาเกี่ยวข้องเกือบจะทั้งนั้น
       
        ถ้าแก้ปัญหานี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดกัน
       
        นี่ยังไม่รวมไปถึงพฤติกรรมที่แสดงถึงระดับสำนึกความรับผิดชอบต่อส่วนรวมของคนในบ้านเราที่ตกต่ำลงอย่างน่าใจหายเพราะมองแต่ประโยชน์ความสะดวกสบาย ความพึงพอใจส่วนตัวเป็นหลัก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญ
       
        มนุษย์(โดยเฉพาะคนบ้าน)เราก็อย่างนี้แหละครับ อะไรที่มันเป็นสีดำ แต่ทำเงิน พวกก็บอกให้หลับตาซะข้างหนึ่ง จากสีดำก็กลายเป็นสีเทาไปในทันที ซึ่งก็ให้น่าสนใจว่าก็แล้วทำไมไม่หลับมันซะสองข้างเลย สีดำมันจะได้กลายเป็นสีควันบุหรี่หรือสีขาวให้รู้แล้วรู้รอด
       
        ใครๆ เขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองแหละครับว่า พื้นที่ตรงไหนมีการทำผิดกฏหมาย แต่คนเดียวที่ไม่รู้ก็คือผู้รักษากฏหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้รักษากฏหมายในพื้นที่นั้นๆ
       
        ที่สำคัญ ต่อให้อมพระทั้งวัด(แถมด้วยเณีและชี)มาพูด ผมก็ไม่เชื่อด้วยว่าการกระทำในวันนั้น เป็น \”ความตั้งใจจริง\” ในการที่จะแก้ปัญหานี้ให้หมดไป หากแต่เป็นการเคาะกะลา \”ขอมีเอี่ยว\” หรือว่ามีเรื่องอะไรที่มัน \”ขัดขา\” กันอยู่ซะมากกว่า
       
        ไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็แค่วันลงมือปฏิบัติการ รมต.ช่วยฯ ของเราอยู่ในประเทศไทยเสียที่ไหนล่ะ

อ่านต่อที่ : ธุรกิจสีดำ-สีเทา-สีขาว/หัวปิงปอง


หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | ดารา/ละคร/ทีวี

 

ShowMemberLite()

อ่านต่อที่ :

คลิป!!!”นก” อุษณีย์ วัฒฐานะ อ้ำอึ้งถูกถามเรื่องภาพหลุด วินนี่ กับสาวนิรนาม

ภาพควงสาวแค่เพื่อน’วี’ยินดี’นก’สวีท’วินนี่’

ภาพควงสาวแค่เพื่อน’วี’ยินดี’นก’สวีท’วินนี่’

คมชัดลึก :\”วี\” วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ ยืนกรานภาพควงสาวล่าสุดแค่เพื่อน เซ็งเดินกับใครก็เป็นข่าว แจงตอนนี้ขอโฟกัสกับงาน ยินดีเห็นอดีตคนรัก \”นก\” อุษณีย์ วัฒฐานะ สวีทกับ \”วินนี่\” ริมทะเล ยันไม่สะเทือนใจ

 มีภาพปาปาราซซีกับสาวๆ ตลอด สำหรับพระเอกหนุ่ม \”วี\” วีรภาพ ล่าสุดเพิ่งจะโดนภาพสวีทกับสาวนอกวงการ แถมยังเป็นภาพโอบกอดกันอีกด้วย เมื่อเจอตัวดาราหนุ่มเลยถามไถ่ถึงเรื่องนี้ ทั้งนี้หนุ่มวีชี้แจงดังนี้

  \”คือตอนนี้ผมไม่มีแฟน สามารถไปไหนกับใครก็ได้ ผมก็รักษาสถานภาพทุกคนเป็นพี่เป็นน้องกันหมด ผมก็ไม่ผิดที่จะมีเพื่อนผู้หญิงได้ ไม่งั้นผมก็จะกลายเป็นเกย์อยู่ มีแต่เพื่อนผู้ชายอย่างเดียว แล้วผมก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย (คุณแดงยังเรียกตักเตือนอยู่มั้ย) ผมไม่ได้ทำอะไรเกินเลยแล้วนะ คือผมไม่ผิดที่จะมีเพื่อนผู้หญิง ผมก็เครียดเหมือนกันนะ ทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ไปกินข้าวแบบบริสุทธิ์ใจ ก็หาว่าเราอย่างโน้นอย่างนี่อีก แอบๆ ไปก็หาว่าเรามีพิรุธ พาขึ้นบ้านขึ้นคอนโดฯ อีก ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เพื่อให้คนอ่านสบายใจ ผมต้องทำอะไรคนเดียวเหรอ\” วีกล่าว

  ถามต่อ ว่าเปิดโอกาสให้ใครบ้างหรือยัง  พระเอกหนุ่มกล่าวว่า ไม่อยากมีแฟน อยากโฟกัสเรื่องงาน แล้วก็มีเวลาอยู่กับครอบครัว อยู่กับเพื่อน ยังไม่พร้อมมีความรัก

 \”ถ้ามีความรักครั้งใหม่ ก็คงจริงจังแล้ว (คุณแดงขอเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า) ท่านเตือนเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องนี้ (เข็ดหรือเบื่อหน่ายความรักหรือเปล่า) ไม่เบื่อหน่าย ผมเป็นคนรักคนยาก ไม่ใช่เจอกันแป๊บๆ รักกัน ต้องอาศัยการเรียนรู้ ไม่ใช่เจอกันแค่ 2-3 เดือน เป็นแฟนกัน (กับนกยังคุยกันอยู่มั้ย) ไม่ได้คุยกันเลย ผมให้เกียรติเขา ให้เกียรติแฟนเขาด้วย\” ดาราหนุ่มแจกแจง พร้อมกับเสริมต่อ ว่าไม่รู้สึกสะเทือนใจ เมื่อเห็นภาพที่อดีตแฟนสาว \”นก\” อุษณีย์ ใส่บิกินีสวีทกับ \”วินนี่\”

 \”เคยให้สัมภาษณ์แล้วก็น่ารักดี คือถ้านกมีความสุข ผมก็ยินดีด้วย เขาเจอคนที่เขาถูกใจ แล้วก็รักเขามากๆ ผมก็ยินดีด้วย  เห็นรูปดูเขาก็มีความสุขดี ดีใจกับเขาด้วย ถามว่าโทรไปแซวเขามั้ย ผมไม่ได้โทรไปแซว (สะเทือนใจมั้ย) ไม่สะเทือนใจ เพราะมันไม่ใช่โศกนาฏกรรม (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องที่น่ายินดี คนมีความสุข เราก็ควรยินดี  ถ้ามันมีภาพไม่ดี เราก็คงสะเทือนใจ ไม่บาดตาบาดใจนะ (เสียดายมั้ย) ผมว่าความรักไม่ใช่สิ่งของ เราก็มีความทรงจำดีๆ เก็บไว้

 มุมมมองความรักก็เปลี่ยนไป คือโตขึ้น เที่ยวก็เที่ยวบ้าง ดื่มบ้าง แต่น้อยลง ไม่เฮฮาปาร์ตี้เหมือนกัน (แต่ยังเป็นพ่อพวงมาลัย ลอยไปลอยมา) คือผมว่าทุกมีสิทธิ์เลือก ผู้หญิงก็มีสิทธิ์เลือกเราด้วย เจอกันก็คลิกเอง ตอนนี้เหมือนเราเป็นจิ๊กซอว์ ว่ามันเข้ากันได้มั้ย\” วีกล่าวทิ้งท้าย

อ่านต่อที่ : ภาพควงสาวแค่เพื่อน’วี’ยินดี’นก’สวีท’วินนี่’

คลิป!!!”พิงค์กี้” สาวิกา ไชยเดช โต้ชิ่ง 7 สี เพราะสัญญายังไม่หมด

คลิป!!!”เต๋า” สมชาย เข็มกลัด ซึ้งคนยังให้การต้อนรับเข้าวงการบันเทิง


หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | ดารา/ละคร/ทีวี

 

ShowMemberLite()

อ่านต่อที่ :

เที่ยวสามงานใหญ่ที่ศูนย์ฯสิริกิต์ ชอปสินค้าดำน้ำ กอล์ฟ และแพคเกจท่องเที่ยว

เที่ยวสามงานใหญ่ที่ศูนย์ฯสิริกิต์ ชอปสินค้าดำน้ำ กอล์ฟ และแพคเกจท่องเที่ยว
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | News

 

ShowMemberLite()

เที่ยวสามงานใหญ่ที่ศูนย์ฯสิริกิต์ ชอปสินค้าดำน้ำ กอล์ฟ และแพคเกจท่องเที่ยว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
12 พฤษภาคม 2552 15:14 น.

       วันที่ 14-17 พฤษภาคมนี้ มี 3 งานใหญ่ที่จัดขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ณ บริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นงานที่บรรดาคนรัก การดำน้ำ กอล์ฟ และการท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ภายใต้ชื่องาน
อ่านต่อที่ : เที่ยวสามงานใหญ่ที่ศูนย์ฯสิริกิต์ ชอปสินค้าดำน้ำ กอล์ฟ และแพคเกจท่องเที่ยว

นู้ดชุดใหญ่โผล่อีก! มิสแคลิฟอร์เนียส่อมงกุฏร่วงหลังโชว์เต้าตั้งแต่ยังไม่ 20

นู้ดชุดใหญ่โผล่อีก! มิสแคลิฟอร์เนียส่อมงกุฏร่วงหลังโชว์เต้าตั้งแต่ยังไม่ 20
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | บันเทิงเทศ

 

ShowMemberLite()

นู้ดชุดใหญ่โผล่อีก! มิสแคลิฟอร์เนียส่อมงกุฏร่วงหลังโชว์เต้าตั้งแต่ยังไม่ 20

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
12 พฤษภาคม 2552 14:44 น.

หลังจากส่งตัวอย่างข้างหลังภาพมาให้ดูเรียกน้ำย่อยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ล่าสุดนี้ภาพเปลือยของแท้ของ \”แคร์รี พรีเจน\” มิสแคลิฟอร์เนียได้ออกมาให้ชมกันชุดใหม่เต็มๆ แล้ว ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ทาง \”โดนัลด์ ทรัมป์\” มหาเศรษฐีคนดังเจ้าของการประกวดกำลังตัดสินใจว่าจะถอนตำแหน่งของเธอหรือไม่
       
       กลายเป็นว่า แคร์รี พรีเจน นางงามคนดังวัย 21 ปี ที่ฉาวจากการแสดงความคิดเห็นต่อต้านการสมรสในหมู่คนรักเพศเดียวกันของสหรัฐฯ และอ้างว่าเป็นชาวคริสต์ที่เคร่งครัด ได้ถูกแฉอีกครั้งผ่านทางเว็บไซต์ TMZ ด้วยภาพกึ่งเปลือยชุดใหม่ที่เธอถ่ายเอาไว้ก่อนที่จะเข้าประกวดเวทีนางงามของแคลิฟอร์เนีย
       
       ซึ่งภาพที่เธอไม่ได้บอกกับกองประกวดนี้ถ่ายเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเท่ากับว่าเธอถ่ายตั้งแต่ยังอายุไม่ถึง 21 ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฏหมายการถ่ายภาพอนาจารของเยาวชนอีกด้วย
       
       การหลุดมาชุดใหญ่ของอดีตที่ปิดไม่มิดของเธอพอดีกับวันนี้ที่ทาง โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีคนดังเจ้าขององค์กร Miss Universe Organization ที่เคยออกความเห็นเข้าข้างเธอมาก่อน คงต้องคิดหนักในการตัดสินใจว่าจะเก็บเธอเอาไว้ในตำแหน่งอีกหรือไม่ใน 24 ชม.นี้
       
       โดนเล่นอีกแล้วมิสแคลิฟอร์เนียเจอแฉภาพเปลือยอกสมัย17
       มิสแคลิฟอร์เนียโดนชาวเกย์แบนหลังตอบคำถามไม่ถูกใจบนเวที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
อ่านต่อที่ : นู้ดชุดใหญ่โผล่อีก! มิสแคลิฟอร์เนียส่อมงกุฏร่วงหลังโชว์เต้าตั้งแต่ยังไม่ 20

เรื่องที่เก่ากว่า

บลอกที่ WordPress.com .